<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11123</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2026 17:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2018 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การสึกพระสมัยพระนารายณ์  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พาย้อนกลับไปรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์ที่แม่การะเกดข้ามเวลาไปกันอีกครั้ง เพราะเป็นยุคที่มีการบันทึกว่ามีการจับพระสึกมากที่สุดยุคหนึ่งในประวัติศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ (คอนสแตนติน ฟอลคอน) สร้างความไม่พอใจให้เสนาบดีกลาโหม ซึ่งก็คือสมเด็จพระเพทราชา และหลวงสรศักดิ์เป็นอันมาก เพราะพยายามจะโน้มน้าวสมเด็จพระนารายณ์ให้เปลี่ยนไปนับถือศาสนาคริสต์ อีกทั้งยังได้กระทำการหมิ่นน้ำใจชาวพุทธหลายครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่น จัดการสึกภิกษุสามเณรให้ลาสิกขาออกมารับราชการและใช้แรงงานโดยไม่สมัครใจ เป็นต้น &amp;nbsp;สมเด็จพระนารายณ์ก็ทรงโอนอ่อนตามเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ในหลายเรื่อง ทำให้พุทธศาสนิกชนอย่างเสนาบดีกลาโหมและหลวงสรศักดิ์รู้สึกโกรธเคืองในตัวชาวกรีกผู้นี้ยิ่งนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่หลักฐานบางกระแสระบุว่า นโยบายสึกพระสงฆ์น่าจะมาจากสมเด็จพระนารายณ์เองต่างหาก &amp;nbsp;เนื่องจากฟอลคอนไม่อาจทำเรื่องเช่นนี้ได้เองหากพระนารายณ์ไม่ทรงอนุญาต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องนี้หลวงสรศักดิ์ไม่พอใจอย่างมาก ถึงกับชกปากเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ฟันหักไป ๒ ซี่ ก่อนจะหนีพระราชอาญาไปพึ่งเจ้าแม่วัดดุสิต มารดาโกษาเหล็กและโกษาปานซึ่งเป็นพระนมสมเด็จพระนารายณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าแม่วัดดุสิตจึงพาหลวงสรศักดิ์ขึ้นไปเมืองลพบุรีเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษ สมเด็จพระนารายณ์ก็พระราชทานอภัยโทษให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีหลักฐานร่วมสมัยชิ้นหนึ่งคือ เอกสารเรื่องการเจรจาทางศาสนาระหว่างฟอลคอนกับพระอธิการ เดอ ชัวซี (abb &amp;nbsp;de Choisy) ฟอลคอนกล่าวเองว่าพระสงฆ์ไทยในตอนนั้นถูกสึกมาทำงานมาก แต่พระมอญไม่โดน และตามสัญญาทางศาสนาคริสต์ที่ว่าด้วยการให้มิชชันนารีรับคนไทยไว้ในโบสถ์เหมือนเป็นข้าวัดเพื่อสอนศาสนา ฟอลคอนเองกล่าวว่าเป็นไปได้ยากไม่ว่าจะเป็นพระสงฆ์หรือข้าวัด โดยให้เหตุผลว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เพราะพระเจ้าแผ่นดินทรงเรียกคนเหล่านี้ออกจากวัดวันละหลายๆ คน ส่งไปให้อยู่กับนายข้อมือเพ้อใช้ทำการโยธาต่อไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ &amp;quot;พระเจ้าแผ่นดินสยามก็ได้ทรงปฏิบัติการบางอย่างซึ่งน่ากลัวจะทำให้เกิดการลำบากยิ่งกว่าที่จะยกสิทธิให้เราอันจะทำให้เกิดการลำบากขึ้นนั้นหลายเท่าเสียอีก เช่นว่าให้พระสงฆ์สึกตั้ง ๕๐ หรือ &amp;nbsp;๖๐๐ องค์เป็นต้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟอลคอนได้เล่าว่า &amp;quot;เคยเห็นพระเจ้าแผ่นดินให้พระสงฆ์สึกในวันเดียวตั้ง ๗๐๐ องค์ และให้ลูกศิษย์ออกจากวัดตั้ง ๑๐,๐๐๐ คนก็มี แต่ถึงดังนั้นพวกไทยก็หาได้บ่นอย่างใดไม่ ถ้าหากว่าได้รู้สึกเสียแล้วว่านิสัยของคนไทยไม่ใคร่เอาใจใส่ในการศาสนาเท่าไรนัก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นากจากนี้ในหลักฐานชั้นต้นคือจดหมายของฟอลคอน ส่งถึงบาทหลวง เดอ ลาแชส (Fran ois &amp;nbsp;d&amp;#39;Aix de la Chaize) พระอธิกรณ์ (confessor) ของพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ลงวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ค.ศ. ๑๖๘๖ ได้รายงานถึงความไม่พอใจของข้าราชการและพลเมืองที่มีต่อสมเด็จพระนารายณ์หลายครั้ง&amp;nbsp;


เว็บแทงบอล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นเรื่องที่เกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.๑๖๘๔ มีข้าราชการยื่นบัตรสนเท่ห์ต่อลูกขุน ณ ศาลหลวง มีเนื้อหา &amp;quot;ปรักปรำบรรดานักบวชว่าเป็นศัตรูของกฎหมายบ้านเมือง อนึ่งยังได้ระบุไว้ด้วยว่าในหลวงนั้นทรงไม่สมเป็นองค์ศาสนูปถัมภกของพระ (พุทธ) ศาสนาเลย แล้วยังกล่าวร้ายป้ายสีอีกนานาประการ&amp;quot; แต่สุดท้ายก็จับตัวผู้ทอดบัตรสนเท่ห์ได้ ซึ่งให้การว่า &amp;quot;ได้รับความผลักดันจากคำทำนายทายทักซึ่งพระภิกษุรูปหนึ่งบอกให้ คำพยากรณ์นั้นระบุว่าในหลวงทรงเป็นศัตรูพระ (พุทธ) ศาสนา จักต้องสิ้นพระชนม์ และยังข้อทำนายอันพิลึกพิลั่นอย่างอื่นอีกเป็นอันมาก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเรื่องที่เกิดขึ้น ๓ ถึง ๔ เดือนหลังจากคณะทูตของเชอวาลิเยร์ เดอ โชมงต์ เดินทางกลับฝรั่งเศส (ประมาณเดือนมีนาคม-เมษายน ค.ศ.๑๖๘๖) มีผู้นำบัตรสนเท่ห์ไปแขวนบนต้นไม้หน้าประตูพระราชวังเมืองละโว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีข้อความเขียนบอกว่า ผู้ใดได้พบหนังสือและนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนารายณ์ แม้ว่าจะได้รับโทษตายก็จะได้ขึ้นสวรรค์ ในหนังสือแจ้งถึงภัยของศาสนาพุทธ มีท่วงทำนองอุกอาจและพาดพิงถึงขุนนางพราหมณ์ที่เป็นที่ปรึกษาส่วนพระองค์ว่ารู้ตื้นลึกหนาอย่างดีแต่ปกปิดไว้&amp;nbsp;


สล็อตออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ลาลูแบร์ยังได้บันทึกถึงการสอบไล่ของพระสงฆ์ตามนโยบายของสมเด็จพระนารายณ์ ซึ่งให้ทดสอบความรู้เพราะมีพระสงฆ์จำนวนมากที่มาบวชหนีราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลคือลาลูแบร์กล่าวว่าตอนที่เขาเข้ามา (พ.ศ.๒๒๓๐) มีพระสงฆ์ถูกจับสึกหลายพันรูปเพราะสอบตก และคนที่เป็นแม่กองสอบพระสงฆ์ฝ่ายคามวาสีก็คือ ออกหลวงสุรศักดิ์ หรือพระเจ้าเสือในอนาคตนั่นเอง&amp;nbsp;


ซื้อหวยออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงปลายรัชสมัยพระนารายณ์มีหลักฐานว่ามีกลุ่มพระสงฆ์คอยให้ความช่วยเหลือพระศรีสุธรรมราชาอยู่ เป็นเหตุผลหนึ่งที่ปรากฏในหลักฐานร่วมสมัยว่าทำให้พระองค์ไม่ทรงวางพระราชหฤทัยสถาบันสงฆ์นัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เองในรัชสมัยของพระองค์การก่อกบฏโดยพระสงฆ์ทำให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้น มีหลักฐานว่าถึงขั้นทรงให้ปิดวัด หรือแม้กระทั่งเรื่องสึกพระก็พอให้เห็นความขัดแย้งของกษัตริย์กับสงฆ์ได้ ทำให้สถาบันสงฆ์เอาใจออกห่างพระองค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันที่จริงเหตุผลของการสึกพระสงฆ์ออกมารับราชการอาจไม่ใช่สิ่งที่ผิดปกติ เพราะเชื่อว่าเหตุผลหลักคือการดึงประชากรในระบบไพร่ที่หลบเลี่ยงการเกณฑ์กลับมาสู่ระบบราชการของอยุธยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากโดยปกติแล้ว ไพร่หลวงต้องถูกเกณฑ์รับราชการปีละ ๖ เดือน ไพร่สมต้องรับใช้มูลนาย&amp;nbsp;


สล็อตเว็บตรงทดลอง &amp;nbsp;แต่พระสงฆ์ถือเป็นชนชั้นพิเศษที่ไม่ถูกเกณฑ์เดือน ไม่ต้องรับใช้มูลนาย ไม่ต้องถูกเกณฑ์ไปรบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นจึงปรากฏว่ามีไพร่หลบหลีกจากการถูกเกณฑ์ไปบวชจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ราชสำนักให้พระสงฆ์สึก จึงเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยคัดกรองพระสงฆ์ที่ไม่มีความรู้พระปริยัติธรรมมากเพียงพอ ซึ่งอาจเป็นไพร่ที่หลีกเลี่ยงการเกณฑ์กลับมาสู่ระบบราชการ และก็ส่งเสริมให้พระสงฆ์ต้องตั้งใจศึกษาพระปริยัติธรรมมากขึ้น เพื่อเป็นการอุดหนุนพระพุทธศาสนาไปในตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสอบไล่และการสำรวจสมณครัวเป็นเรื่องปกติที่ไม่ได้มีแต่ในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ถึงกระนั้น จำนวนพระสงฆ์ที่ถูกสึกและข้าวัดที่ถูกบังคับให้ออกจากวัดมารับราชการในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์ ก็ยังสูงกว่าปกติธรรมดามาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนผู้ชำระพงศาวดารสมัยหลังมองว่าเป็นการ &amp;quot;กระทำให้ร้อนในพระพุทธศาสนา&amp;quot; ดังนั้นจึงอาจไม่ได้มาจากเหตุผลการนำไพร่กลับมาสู่ระบบราชการเพียงประการเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกผลหนึ่งที่เป็นไปได้สูงคือ สมเด็จพระนารายณ์มีพระราชประสงค์ลดอิทธิพลของสถาบันสงฆ์ลงไปด้วยเหตุผลทางการเมือง เพราะสถาบันสงฆ์มีสถานะสูงรวมถึงมีกำลังข้าพระในปกครองจำนวนมาก &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังเป็นที่เคารพนับถือของพลเมืองในสังคม จึงมีอิทธิพลในการใช้ศาสนาชี้นำความคิดของราษฎรได้มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่สถาบันสงฆ์ก็อาจกลายเป็นขั้วตรงข้ามทางการเมืองของพระมหากษัตริย์ได้เช่นเดียวกัน ดังที่ปรากฏในประวัติศาสตร์อยุธยาหลายครั้งว่า....&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;....วัดได้กลายเป็นฐานปฏิบัติการทางการเมืองของพระราชวงศ์และขุนนางหลายครั้ง โดยมีสถาบันสงฆ์เป็นผู้เกื้อหนุน....&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระราชวงศ์หลายพระองค์เคยเสด็จออกผนวชหนีราชภัย และหลายพระองค์ทรงก่อกบฏด้วยการสนับสนุนของพระสงฆ์ เช่น ในรัชกาลสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ พระศรีศิลป์พระราชโอรสในสมเด็จพระไชยราชาธิราชทรงก่อกบฏด้วยการสนับสนุนของพระสังฆราชวัดป่าแก้ว พระเจ้าทรงธรรมทรงเคยผนวชเป็นที่พระพิมลธรรมได้ศึกษาพระไตรปิฎกจนเชี่ยวชาญ มีผู้ฝากตัวเป็นศิษย์มากจนชิงราชสมบัติได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระศรีศิลป์พระอนุชาของพระเจ้าทรงธรรมทรงได้รับความช่วยเหลือจากพระสงฆ์ในเมืองเพชรบุรี จนก่อกบฏต่อสมเด็จพระเชษฐาธิราช และเมื่อเจ้าฟ้าไชยได้ราชสมบัติต่อจากพระเจ้าปราสาททองก็ปรากฏหลักฐานว่าพระศรีสุธรรมราชาเสด็จหนีไปอยู่ในวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้แต่สมเด็จพระนารายณ์ก็ยังทรงปรากฏในหลักฐานของบาทหลวง เดอ แบส (Claude de B ze) ว่าทรงได้รับความช่วยเหลือจากพระสงฆ์ จนสามารถชิงราชสมบัติจากพระศรีสุธรรมราชาพระเจ้าอาได้เช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่หากศึกษาจากอุปนิสัยของฟอลคอน คนผู้นี้มิได้จริงจังกับศาสนาใดนัก นอกจากผลประโยชน์ที่ตัวเองจะได้รับ
กรณีท้าวทองกีบม้า หรือ มารีอา กูโยมาร์ เด ปิญญา ขณะนางมีอายุได้ ๑๖ ปี บิดาของนางแสดงความไม่พอใจในพฤติกรรมและวัตรปฏิบัติของลูกเขยที่หลงลาภยศสรรเสริญและมักในโลกีย์นัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟอลคอนจึงแสดงความจริงใจด้วยยอมละนิกายแองกลิคันที่ตนนับถือ เปลี่ยนเป็นนิกายโรมันคาทอลิกตามมารีอา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และแม้หลังการสมรส มารีอาก็ยังดำรงชีวิตอย่างปกติไม่โอ้อวดในยศถาบรรดาศักดิ์ ซ้ำยังชี้ชวนให้สามีประพฤติและปฏิบัติศาสนกิจอย่างเคร่งครัดสม่ำเสมอขึ้นกว่าเก่า ดังปรากฏในงานเขียนของบาทหลวงโกลด เดอ แบซ (Claude de B ze) ว่า&amp;quot;...สตรีผู้ถือมั่นในพระคริสตธรรมนี้มีอายุได้ไม่เกิน ๑๖ ปี ได้หลีกหนีความบันเทิงเริงรมย์ทั้งหลาย อันสตรีในวัยเดียวและฐานะเดียวกันกับนางใฝ่หากันหนักหนานั้น แล้วมุ่งแต่จะรับใช้พระผู้เป็นเจ้ากับทำความสบายอกสบายใจแก่ท่านสามีเท่านั้น นางไม่ออกจากทำเนียบไปไหนมาไหนเลย นอกจากจะไปวัด...&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากบันทึกน้อยครั้งที่ฟอลคอนจะไปวัด และระยะหลังสามีภรรยาคู่นี้มักระหองระแหงกัน เพราะความทะเยอทะยานของฟอลคอน และนี่เป็นอุปนิสัยที่ไม่แคร์ใครทั้งนั้น เขาทำได้ทุกเรื่องแม้แต่การมีส่วนร่วมในการจับพระสึก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11123</URL_LINK>
                <HASHTAG>การสึกพระ, กาลครั้งหนึ่ง, คอนสแตนติน  ฟอลคอน, ประวัติศาสตร์, สมเด็จพระนารายณ์มหาราช, สึกพระใช้แรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180611/image_big_5b1e22f5df29b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6877</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2026 17:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2018 20:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศึกระหว่าง &#039;พระเพทราชา-คอนสแตนติน ฟอลคอน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราชวงศ์ปราสาททองมีทั้งสิ้น 4 รัชกาล สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดคือ 32 ปี ฉะนั้นจึงมีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย และเป็นช่วงเวลาที่ชาวต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาในอยุธยามากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สาเหตุของการต้อนรับชาวต่างชาติ ในมุมมองของสมเด็จพระนารายณ์ หลังจากกรุงศรีอยุธยาแตกครั้งที่ 1 และกอบกู้โดยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชนั้น อยุธยามีราษฎรเพียงหยิบมือ แม้เวลาจะล่วงเลยไปถึงกว่า 70 ปี จนถึงช่วงที่สมเด็จพระนารายณ์ทรงขึ้นครองราชย์ ราษฎรก็มิได้เพิ่มขึ้นมากแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; การเปิดรับชาวต่างชาติเพราะ ณ ช่วงเวลานั้น เอเชียอุษาคเนย์กำลังถูกคุกคามอย่างหนักจากชาวยุโรปอย่างโปรตุเกสและฮอลันดา แม้ว่าทางอยุธยาเองจะทำการค้าขายกับฮอลันดา แต่ก็ไม่วายโดนฮอลันดาเอารัดเอาเปรียบ จนเกิดการทะเลาะวิวาทกันจนได้&amp;nbsp;


แทงบอลวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สมเด็จพระนารายณ์ทรงหวั่นเกรงว่าฮอลันดาจะกระทำกับอยุธยาเหมือนกับที่ทำกับพวกชวา พระองค์จึงต้องทรงหาทางดึงชาวยุโรปโดยเฉพาะฝรั่งเศสเข้ามาเป็นพวก ดังนั้นนโยบายการหาพันธมิตรจากแดนไกลจึงเริ่มขึ้นด้วยเหตุนี้นี่เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สมเด็จพระนารายณ์มีพระราชประสงค์วิทยาการใหม่ๆ ในการค้าขาย เพื่อให้อยุธยาเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค แต่นั่นทำให้ตลอดช่วงการครองราชย์ของพระองค์ได้พานพบกับเกมแห่งอำนาจ บ้างก็เป็นเกมที่พระองค์ทรงเล่น และบ้างก็เป็นเกมที่พระองค์ทรงโดนท้าทาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่จะคุกคามต่อราชบัลลังก์ของพระองค์ได้มากเท่ากรณี เจ้าพระยาวิชเยนทร์ &amp;nbsp;(คอนสแตนติน ฟอลคอน) ขัดแย้งกับพระเพทราชา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในละครบุพเพสันนิวาส ฉากที่พระเพทราชาทูลถามสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเรื่องคอนสแตนติน &amp;nbsp;ฟอลคอน ในทุกตอนฟังแล้วขนลุกทุกครั้ง เพราะความเก่งกาจของนักแสดง บวกกับบันทึกประวัติศาสตร์ที่คอนสแตนติน ฟอลคอนถูกฆ่าอย่างทารุณ ทำให้บทสนทนามีความสมจริงและน่าติดตาม&amp;nbsp;


สล็อต789 &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างที่ทราบกัน คอนสแตนติน ฟอลคอน นักผจญโชคผู้มากความสามารถ มีสติปัญญาเฉียบแหลม รู้จักเข้าหาคน และเป็นขุนนางต่างชาติเพียงคนเดียวที่ไม่มีขุนนางอยุธยาคนไหนกล้ามีปัญหา ด้วย ด้วยความที่เป็นคนสนิทของพระนารายณ์มหาราช จึงทำให้ขุนนางอยุธยาอีกกลุ่มที่ไม่ชอบหน้าในตัวเจ้าพระยาวิชเยนทร์รอคอยจังหวะที่จะทำลายให้ย่อยยับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนพระเพทราชาเป็นชาวบ้านพลูหลวง แขวงเมืองสุพรรณบุรี ปัจจุบันคือบ้านพลูหลวงตั้งอยู่ในตำบลสนามชัย อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นบุตรของพระนมเปรม และมีพระขนิษฐาคือ ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ (แจ่ม) พระสนมเอกในสมเด็จพระนารายณ์มหาราช&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ต่อมาได้รับราชการจนมีบรรดาศักดิ์เป็นพระเพทราชา ดำรงตำแหน่งเจ้ากรมพระคชบาล มีกำลังพลในสังกัดหลายพัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พระเพทราชาคอยจับตาเจ้าพระยาวิชเยนทร์เมื่อครั้งนำทหารฝรั่งเศสพร้อมอาวุธทันสมัยเข้ามาประจำการที่ป้อมบางกอก&amp;nbsp;


เว็บแทงหวย&amp;nbsp; ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายเพราะอาวุธเหล่านั้นมีอานุภาพเหนือกว่าทางอยุธยามาก แม้มีทหารเพียงกองร้อยก็สามารถเอาชนะทหารไทยในระดับกองทัพได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระเพทราชาเคยติงเรื่องนี้ในที่ประชุมขุนนางต่อหน้าพระพักตร์ เรื่องการคบหากับต่างชาติที่ต้องระมัดระวัง สมเด็จพระนารายณ์ในเวลานั้นโปรดพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 และโปรดเจ้าพระยาวิชเยนทร์เป็นพิเศษ แม้จะทรงพระพิโรธการติงของพระเพทราชา แต่ก็ทรงระงับไว้ได้ ถ้าเป็นขุนนางผู้อื่นอาจถูกโบยได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่นี่เป็นพระเพทราชาที่มีฐานะเป็นทั้งพระญาติสนิท เพราะแม่จริงของพระเพทราชาคือแม่นมของสมเด็จพระนารายณ์ นั่นคือเจ้าแม่วัดดุสิต นอกจากนั้นยังเป็นศิษย์พระอาจารย์องค์เดียวกัน (พระอาจารย์พรหม) ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ พระเพทราชาเป็นคนลุ่มลึก&amp;nbsp;


เว็บสล็อตเว็บทดลอง เยือกเย็น องอาจกล้าหาญ และเฉลียวฉลาด ซึ่งสมเด็จพระนารายณ์ทรงรู้จักดีมานานแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พระเพทราชาเวลานั้นดำรงตำแหน่งรักษาการสมุหพระกลาโหมอีกตำแหน่งหนึ่งมาตั้งแต่ปี 2219 เป็นตำแหน่งที่ต้องรับผิดชอบดูแลความมั่นคงของบ้านเมือง จึงจำเป็นต้องจับตาดูการเคลื่อนไหวของเจ้าพระยาวิชเยนทร์อย่างเป็นพิเศษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ความจริงก็คือเจ้าพระยาวิชเยนทร์จะใช้กองกำลังทหารฝรั่งเศสที่ป้อมบางกอกทำการรัฐประหารยึดอำนาจ กองทหารนั้นควบคุมโดยนายพลเดส์ฟาร์จ ทั้งนี้จะใช้กองกำลังเพียง 60-80 คนก็สามารถดำเนินการได้เพราะมีอาวุธที่ดีกว่ามาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่พระเพทราชาฉลาดพอที่จะอาศัยพระสงฆ์ตามวัดต่างๆ ในเขตเมืองลพบุรีและปริมณฑล ทั้งนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากพระสังฆราชเมืองลพบุรี ณ วัดราชา ทั้งในเรื่องการสอดแนมการเคลื่อนไหวต่างๆ การก่อม็อบและอาจใช้เป็นกำลังรบถ้าจำเป็น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; การอาศัยกำลังจากพระสงฆ์ในกิจกรรมต่างๆ เหล่านั้น เป็นวิธีที่แนบเนียนซึ่งเจ้าพระยาวิชเยนทร์ไม่เข้าใจ เขารู้แต่เพียงว่าพระเพทราชาไม่มีกำลังรบที่ดีๆ อยู่ในมือเลย กว่าจะระดมคนได้ต้องใช้เวลาเป็นเดือน ขณะที่สมเด็จพระนารายณ์โปรดที่จะประทับอยู่ที่ละโว้มากกว่าอยุธยา เพื่อหลีกหนีการเมืองในวังหลวง ดังนั้นละโว้จึงเป็นสถานที่ที่พระองค์จะได้ทรงผ่อนคลายพระราชอิริยาบถจากความวุ่นวาย &amp;nbsp;ในปลายรัชกาลพระองค์ทรงพระประชวรอย่างหนักกระทั่งไม่สามารถว่าราชการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พระเพทราชจึงถือโอกาสนี้บุกเข้าวังหลวงอย่างง่ายดาย และคุมตัวสมเด็จพระนารายณ์เอาไว้ พระเพทราชาได้ว่าราชการแผ่นดินแทนสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทันที จากนั้นออกคำสั่งลวงให้เจ้าพระยาวิชเยนทร์มาเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระนารายณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทางด้านเจ้าพระยาวิชเยนทร์เมื่อทราบข่าวว่าสมเด็จพระนารายณ์ประชวรหนัก จึงถือโอกาสลงมือเดินหมากเช่นกัน แต่ทว่าหมากตัวเด่นที่เจ้าพระยาวิชเยนทร์จะใช้นั้นไม่สามารถเดินได้อย่างที่หวัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เจ้าพระยาวิชเยนทร์เขียนจดหมายขอร้องให้ทหารฝรั่งเศสที่ป้อมบางกอกยกกำลังมาที่ละโว้ แต่ทว่าไม่มีกำลังทหารใดยกเข้ามาช่วย เจ้าพระยาวิชเยนทร์จึงจำใจเข้าวังหลวงเพื่อเข้าไปหาสมเด็จพระนารายณ์กับคนสนิทเพียงไม่กี่คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อผ่านประตูวังเข้าไปในตำแหน่งที่คนของหลวงสรศักดิ์แอบอยู่ ก็ถูกตีด้วยไม้พลองจนตกลงมา และถูกตีซ้ำอย่างทารุณ ก่อนจะถูกพันธนาการแน่นหนาและนำขึ้นเกวียนไปสังหาร ณ วัดซาก นอกเมืองลพบุรี ตรงกับวันที่ 5 มิถุนายน 2231&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วัดซากเป็นวัดที่ชาวบ้านสร้างขึ้นทับซ้อนบนเนินที่มีโบราณสถานวางทับซ้อนกันอยู่ เป็นพื้นที่ที่ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ เหล่านักโทษทางการเมืองที่ผู้มีอำนาจต้องการกำจัดจะถูกนำมาประหาร และทิ้งซากศพไว้โดยไม่ได้มีการประกอบพิธีใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ซึ่งเจ้าพระยาวิชเยนทร์ และพระปีย์พระราชโอรสบุญธรรมที่คอยถวายการปรนนิบัติสมเด็จพระนารายณ์ก็ถูกนำมาประหารที่นี่เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โครงกระดูกนี้เพิ่งถูกขุดค้นพบในพื้นที่ที่อยู่ตรงข้ามวัดสันเปาโลในสมัยก่อนน่าจะเป็นพื้นที่เดียวกัน &amp;nbsp;มีข้อสันนิษฐานจากนักโบราณคดี กรมศิลปากร ว่าอาจจะเป็นโครงกระดูกของเจ้าพระยาวิชเยนทร์ ซึ่งคนที่ยังมีความเคารพนับถือในตัวท่านแอบนำกลับมาฝังเพื่อให้ดวงวิญญาณได้มีโอกาสอยู่ใกล้กับพระผู้เป็นเจ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนโครงที่ฝังอยู่ไม่ไกลกัน ค่อนข้างสมบูรณ์แต่ไม่มีศีรษะ สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นพระปีย์ เพราะกำหนดความสูงได้ประมาณ 140 เซนติเมตร กระดูกแตก ลักษณะตัวคดงอ ซึ่งไม่ใช่การฝังศพตามปกติ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6877</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอนสแตนติน  ฟอลคอน, บุพเพสันนิวาส, พระเพทราชา, สมเด็จพระนารายณ์มหาราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180410/image_big_5accc0f5efae7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5137</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2018 13:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2018 13:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รู้ยัง? &#039;ดี้-นิติพงษ์&#039; เป็นเพื่อนบ้าน&#039;คอนสแตนติน ฟัลคอน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;16 มี.ค.61-ดี้-นิติพงษ์ ห่อนาค โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว &amp;nbsp;Nitipong Honark ถึง คอนสแตนติน ฟัลคอน ที่ในละครบุพเพสันนิวาสว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ตอนนี้ยังเป็นแค่ออกหลวงฯ...แต่สุดท้ายยศสูงสุดได้เป็นถึงเจ้าพระยา...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าพระยาวิชาเยนทร์...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นคือยศสูงสุดสำหรับข้าราชการในยุคนั้นแล้วแล...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม่ประไพ..พ่อทิดเอิบ..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉันเป็นคนละโว้...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้านเกิดฉันและช่วงวัยเยาว์นั้น...ห่างจากบ้านคอนสแตนติน ฟัลคอน แค่เดินไม่ถึงสิบนาที...
ถนนหน้าบ้านฉันก็เป็นชื่อยศของฟัลคอน...ถนนวิชาเยนทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมัยเด็ก ๆ ฉันไปบ้านแกบ่อยๆ แต่ไม่เคยเจอแกนะ...ก็เลยเป็นเพื่อนบ้านที่ไม่เคยทักทายกัน...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้านฟัลคอน ใหญ่โตโขละ เสียแต่มิมีผู้ใดอาศัยอยู่ เป็นตึกก่ออิฐหลายหลัง แต่ไม่ยักมีหลังคา...มีแต่ผนังตึกให้เห็นทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เล่นซ่อนหาสนุกนักทีเดียว...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใครสนใจมิสเตอร์ฟัลคอน ฟรังคี ที่มาได้ดิบได้ดีคนแรกๆ ในเมืองไทย...อยากไปเยี่ยมบ้านแก...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็มาที่ละโว้...ลพบุรีนี่แล...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยู่ติดกับวัดเสาธงทอง...ที่ฉันเคยบวชด้วย..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญ...ที่ฉันขนลุกทุกครั้งที่เข้าไปในพระนารายณ์ราชนิเวศน์ และได้ไปเห็นจุดที่ทูตฝรั่งเศสเข้าเฝ้าถวายพระราชสาส์น...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดที่ขุนหลวงฯ ประทับตามในภาพ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังอยู่.....&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขับรถเลยจากพระนครศรีอยุธยามาอีกสักชั่วโมงหนึ่ง...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะรู้จักเมืองละโว้...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในสมัยแม่การะเกดนั้น...ผู้คนในพระนครฯ ที่ได้ไปเยือนละโว้...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็คงได้ไปเห็นปรางค์สามยอด ที่เป็นโบราณสถานของชาวขอม..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้คนในสมัยขุนหลวงนารายณ์...ก็คงเห็นปรางค์สามยอดเป็นโบราณสถานเก่าแก่อยู่...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และบัดนี้...พระปรางค์สามยอด ก็ยังตระหง่านอยู่...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาดูเลย แม่ประไพพ่อทิดเอิบ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5137</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอนสแตนติน  ฟอลคอน, ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค, บุพเพสันนิวาส, พี่ดี้, ลพบุรี, สมเด็จพระนารายณ์มหาราช, เจ้าพระยาวิชาเยนทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180316/image_big_5aab0dfd084bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4309</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2026 15:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2018 15:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดู&#039;หลุยส์ สก๊อต&#039;ในละครบุพเพสันนิวาส ย้อนดู&#039;เจ้าพระยาวิชาเยนทร์&#039;แห่งกรุงศรีอยุธยา  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ละคร บุพเพสันนิวาส กำลังฮิตติดลมบน ขนาดนายกฯลุงตู่ยังแนะนำให้ดู เพราะได้ศึกษาประวัติศาสตร์รัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ไปในตัว &amp;nbsp;ก็ถือเป็นละครอิงประวัติศาสตร์ที่น่าชมเรื่องหนึ่ง เพราะตัวละครในประวัติศาสตร์ซึ่งมีตัวตนอยู่จริง &amp;nbsp; หลายท่านปรากฎในแบบเรียนประวัติศาสตร์ชั้นประถมศึกษา และเข้าใจว่าหลายคนคงคืนคุณครูไปหมดแล้ว ฉะนั้นมาทำความรู้จักบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ยุคพระนารายณ์กันใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนนี้เริ่มต้นที่ เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ &amp;nbsp;ที่แสดงโดยหลุยส์ สก๊อต&amp;nbsp;เพราะเจ้าพระยาตาน้ำข้าวผู้นี้มีบทบาทสูงในรัชสมัยดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ เดิมชื่อ &amp;nbsp;คอนสแตนติน &amp;nbsp;เยรากี &amp;nbsp;เป็นชาวกรีกเป็นลูกเรือรับจ้างของอังกฤษที่เดินทางมาค้าขายทางด้านตะวันออก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น &amp;nbsp;คอนสแตนติน &amp;nbsp;ฟอลคอน &amp;nbsp;มากับเรือสินค้าอังกฤษถึงกรุงศรีอยุธยาเมื่อ &amp;nbsp;พ.ศ. 2218 &amp;nbsp; และได้ลาออกจากบริษัทค้าขายของอังกฤษ &amp;nbsp;สมัครเข้ารับราชการอยู่กับเจ้าพระยาโกษาธิบดี &amp;nbsp;(ขุนเหล็ก) &amp;nbsp;ในกรมพระคลังสินค้า &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ศ. 2225 ฟอลคอนแต่งงานกับดอญา มารี กีมาร์ (ท้าวทองกีบม้า) ซึ่งภายหลัง เป็นผู้ประดิษฐ์ขนมไทยหลายอย่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากเป็นผู้ที่เคยทำงานอยู่กับอังกฤษและรู้การค้าขายกับชาวต่างชาติเป็นอย่างดี &amp;nbsp;จึงมีความชอบและเป็นที่ไว้วางใจในด้านการค้ากับชาวต่างประเทศ &amp;nbsp;เจ้าพระยาโกษาธิบดี &amp;nbsp; จึงกราบทูลสมเด็จพระนารายณ์ &amp;nbsp;ทรงโปรดให้เป็น &amp;nbsp;หลวงวิชาเยนทร์ &amp;nbsp;และมีบรรดาศักดิ์ต่อมาจนได้เป็นเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ เป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในเรื่องการค้าขายกับต่างประเทศและการเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ &amp;nbsp;ทำให้มีการส่งคณะราชทูตเดินทางไปยังฝรั่งเศสและประเทศอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การค้าขายของกรุงศรีอยุธยานั้น &amp;nbsp;เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ &amp;nbsp;ได้คิดอ่านที่จะสร้างเรือกำปั่นหลวงเพิ่มเติมขึ้น &amp;nbsp;จึงชักชวนให้พวกอังกฤษออกจากบริษัทมารับเดินเรือกำปั่นหลวง &amp;nbsp;โดยมีข้อตกลงว่ายอมให้มีการนำสินค้าของตนไปกับเรือหลวงได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ได้ทูลขอให้สมเด็จพระนารายณ์ &amp;nbsp;ทรงตั้งเมืองมะริดซึ่งเป็นเมืองท่าของกรุงศรีอยุยาอยู่นั้นเป็นสถานีค้าขายของหลวงและทำการสร้างป้อมประจำท่า &amp;nbsp;เช่นเดียวกับสถานีค้าขายของประเทศตะวันตกที่ตั้งขึ้นในแถบนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่กรุงศรีอยุธยาได้จัดการค้าขายดังกล่าวนั้น &amp;nbsp;ทำให้บริษัทอังกฤษที่มีอำนาจทางการค้าอยู่ทางด้านตะวันตกไม่พอใจ &amp;nbsp;โดยเฉพาะมีการดึงคนอังกฤษออกไปจากบริษัท &amp;nbsp;และอังกฤษเองก็ต้องการที่จะมีอำนาจในเมืองมะริดไว้เป็นเมืองท่าของตน &amp;nbsp;บริษัทของอังกฤษจึงแจ้งเรื่องไปยังทางการอังกฤษกล่าวโทษเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ว่าเป็นพวกฝรั่งเศส &amp;nbsp;และคิดอ่านเกลี้ยกล่อมคนอังกฤษไปตั้งซ่องเพื่อประโยชน์ของตนเอง &amp;nbsp;หาใช่ความคิดของอาณาจักรสยาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้อังกฤษนั้นขัดเคืองจึงเรียกคนอังกฤษที่มาทำงานให้กันอาณาจักรสยามกลับหมด &amp;nbsp;แล้วบริษัทอังกฤษจึงถือโอกาสนั้นแต่งเรือรบออกจับเรือสินค้าของอาณาจักรสยามที่เดินทางไปค้าขายทางอินเดีย &amp;nbsp;ยื่นคำขาดให้ &amp;nbsp;พระยาตะนาวศรี มีหนังสือมากราบทูลสมเด็จพระนารายณ์ &amp;nbsp;กล่าวโทษว่า &amp;nbsp;เจ้าพระยาวิชาเยนทร์นั้นได้ทำการกลั่นแกล้งให้บริษัทต่างๆ &amp;nbsp;ได้รับความเสียหายไปถึง &amp;nbsp;40,000 &amp;nbsp;ปอนด์ &amp;nbsp;เพื่อให้มีการชดใช้ทรัพย์สินภายในกำหนด &amp;nbsp;2 &amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;


แทงบอลวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่ทันที่กรุงศรีอยุธยาจะทำการโต้ตอบอย่างใด &amp;nbsp;อังกฤษได้ส่งเรือรบมายังเมืองมะริด &amp;nbsp;แล้วให้ทหารขึ้นบกเข้ายึดเมืองมะริด &amp;nbsp;ทำการรื้อป้อมและแย่งเอาเรือกำปั่นหลวงของไทยไปได้ &amp;nbsp;1 &amp;nbsp;ลำ &amp;nbsp;ฝ่ายพระยาตะนาวศรีนั้นเมื่อเห็นว่าอังกฤษได้กระทำการก่อสงครามขึ้นเช่นนั้น &amp;nbsp;จึงยกกองทัพเข้าปล้นเมืองมะริดในเวลากลางคืน &amp;nbsp;ทำการชิงเมืองฆ่าพวกอังกฤษตายเป็นอันมาก &amp;nbsp;ที่รอดตายก็หนีลงเรือไปได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์ดังกล่าวนั้น &amp;nbsp;เมื่อกรุงศรีอยุธยาทราบเรื่อง &amp;nbsp;สมเด็จพระนารายณ์จึงได้ประกาศสงครามกับอังกฤษ &amp;nbsp;เมื่อ &amp;nbsp;พ.ศ. 2230 &amp;nbsp;ทำให้อาณาจักรสยามกับอังกฤษนั้นเป็นข้าศึกต่อกันมาตลอดรัชกาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้นเมื่อ &amp;nbsp;ออกพระยาวิสูตรสุนทร &amp;nbsp;(ปาน &amp;nbsp;ต่อมาเป็นเจ้าพระยาโกษาธิบดี) &amp;nbsp;ได้นำคณะราชทูตกลับมาจากฝรั่งเศส &amp;nbsp;เมื่อเดือนกันยายน &amp;nbsp;พ.ศ. 2230 &amp;nbsp;นั้น &amp;nbsp;พระเจ้าหลุยส์ที่ &amp;nbsp;14 &amp;nbsp;ได้จัดคณะราชทูตฝรั่งเศสเดินทางตามมาส่งถึงกรุงศรีอยุธยาด้วยพร้อมกับได้จัดทหารฝรั่งเศสติดตามมาด้วย &amp;nbsp;1,400 &amp;nbsp;คนเข้ามารับราชการอยู่กับสมเด็จพระนารายณ์ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระนารายณ์ &amp;nbsp;ได้ส่งให้ทหารฝรั่งเศสนี้ไปรักษาป้อมที่เมืองมะริด &amp;nbsp;2 &amp;nbsp;กองร้อย &amp;nbsp;และทหารที่เหลือนั้นให้ไปอยู่ประจำที่เมืองธนบุรีศรีสมุทร &amp;nbsp;โดยให้ทำการจัดสร้างป้อมใหญ่ขึ้นทางฝั่งตะวันออก &amp;nbsp;(บริเวณโรงเรียนราชินี) &amp;nbsp;ขึ้นอีกป้อมหนึ่ง &amp;nbsp;เพื่อกันไม่ให้ทหารฝรั่งเศสอยู่ในกรุงศรีอยุธยา&amp;nbsp;


สล็อต789
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองมะริดนั้นเมื่อสมเด็จพระนารายณ์ส่งทหารฝรั่งเศสไปอยู่ประจำเช่นนั้นแล้ว &amp;nbsp;บริษัทอังกฤษจึงไม่กล้ายกกำลังเข้ามาบุกรุกอีก &amp;nbsp;สมเด็จพระนารายณ์ &amp;nbsp;จึงได้มีพระราชไมตรีกับฝรั่งเศสอย่างแน่นแฟ้นและสร้างเมืองลพบุรีให้เป็นเมืองราชธานีสำรองของอาณาจักรสยามไว้ &amp;nbsp;ซึ่งทรงโปรดให้คณะราชทูตฝรั่งเศสและเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ &amp;nbsp;อยู่ประจำที่เมืองลพบุรีเช่นเดียวกับพระองค์ &amp;nbsp;คณะราชทูตฝรั่งเศสพำนักอยู่ในอาณาจักรสยามได้ &amp;nbsp;3 &amp;nbsp;เดือนก็เดินทางกลับฝรั่งเศส &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพระวิสูตรสุนทร &amp;nbsp;(ปาน) &amp;nbsp;นั้น &amp;nbsp;ได้แต่งตั้งให้เป็นพระยาโกษาธิบดี &amp;nbsp;ต่อมาสมเด็จพระนารายณ์ &amp;nbsp;ได้ทรงแต่ง &amp;nbsp;คณะราชทูตส่งไปพร้อมกับคณะราชทูตของฝรั่งเศสอีกครั้งนี้คณะราชทูตได้เข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ที่ &amp;nbsp;14 &amp;nbsp;และเฝ้าสันตะปาปาหรือโป๊ปที่กรุงโรมด้วยพร้อมกับได้จัดส่งเด็กไทยหลายคนไปเล่าเรียนวิชาที่เมืองฝรั่งเศสด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความใกล้ชิดระหว่างเจ้าพระยาวิชเยนทร์และสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทำให้เกิดความริษยาขึ้นในหมู่ราชนิกุล ซึ่งส่งให้เกิดผลเสียต่อตัวเจ้าพระยาวิชเยนทร์เองในเวลาต่อมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะราชทูตฝรั่งเศสได้เดินทางกลับไปแล้วได้ &amp;nbsp;5 &amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;


เว็บแทงหวย &amp;nbsp;สมเด็จพระนารายณ์ทรงประชวรหนักและเหตุเหตุการณ์จลาจลภายในขึ้น &amp;nbsp;เนื่องจาก &amp;nbsp;สมเด็จพระนารายณ์ ไม่มีพระราชโอรสที่ดำรงตำแหน่งเป็นรัชทายาท &amp;nbsp;พระองค์ทรงมีแต่พระธิดาที่ทรงแต่งตั้งเป็น &amp;nbsp;กรมหลวงโยธาเทพกับพระน้องเธอ &amp;nbsp;3 &amp;nbsp;พระองค์ ได้แก่ &amp;nbsp;เจ้าฟ้าหญิงที่ทรงตั้งเป็น &amp;nbsp;กรมหลวงโยธาทิพ, &amp;nbsp;เจ้าฟ้าอภัยทศ &amp;nbsp;และเจ้าฟ้าองค์น้อย &amp;nbsp;ไม่ปรากฏพระนาม &amp;nbsp;นอกจากนี้พระองค์ยังทรงชุบเลี้ยงเจ้าราชินิกูลองค์หนึ่งที่ทรงเมตตาเหมือนพระราชบุตร &amp;nbsp;คือ &amp;nbsp;พระปีย์ &amp;nbsp;(หรือพระปิยะ)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นผู้ที่จะรับเวนราชสมบัตินั้น &amp;nbsp;เจ้าพระยาวิชาเยนทร์เห็นว่า &amp;nbsp;สมเด็จพระนารายณ์จะมอบราชสมบัติให้ &amp;nbsp;พระปีย์ &amp;nbsp;จึงเข้าเกลี้ยกล่อให้พระปีย์ &amp;nbsp;เข้าเป็นพรรคพวกฝรั่งเศส &amp;nbsp;มีความสัยว่าพระปีย์นั้นเข้ารีตเป็นคริสตังแล้วด้วย &amp;nbsp;ส่วนฝ่ายข้าราชการที่พากันระแวงการกระทำของพระยาวิชาเยนทร์จะคิดร้ายต่อบ้านเมือง &amp;nbsp;จึงพากันไปเข้ากับพระเพทราชา &amp;nbsp;ซึ่งมีความเกลียดชังฝรั่งเศสอยู่ก่อนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระนารายณ์นั้นทรงประชวรอยู่ที่พระที่นั่งสุทธาสวรรย์ &amp;nbsp;เมืองลพบุรี &amp;nbsp;พระเพทราชา &amp;nbsp;กับ &amp;nbsp;หลวงสรศักดิ์ &amp;nbsp;เห็นว่า &amp;nbsp;พระเจ้าเหนือหัวทรงมีพระอาการหนัก &amp;nbsp;ไม่ทรงหายประชวรแน่แล้ว &amp;nbsp;จึงสั่งให้ตั้งกองทหารล้อมรักษาพระราชวังอย่างกวดขัน &amp;nbsp;แล้วทำการล่อเอาตัวพระปีย์&amp;nbsp;


เว็บสล็อตเว็บทดลอง &amp;nbsp;ไปประหารชีวิตเสียแล้วทำการจับเอาตัวเจ้าพระยาวิชาเยนทร์มาไต่สวนกล่าวโทษว่า &amp;nbsp;เจ้าพระยาวิชาเยนทร์นั้นเป็นกบฏจะชิงราชสมบัติให้พระปีย์ &amp;nbsp;ด้วยประสงค์จะเป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดินเสียเอง &amp;nbsp;เมื่อสอบสวนแล้วก็ให้เอาตัวเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ไปประหารชีวิตเสียที่ทะเลชุบศร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระนารายณ์นั้นทรงประชวรหนักอยู่ &amp;nbsp;เมื่อทรงทราบว่า &amp;nbsp;พระปีย์และเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ &amp;nbsp;ได้สิ้นชีวิตลงเสียแล้ว &amp;nbsp;พระองค์ไม่สามารถจะทำอย่างไรได้ &amp;nbsp;จึงได้เศร้าพระทัยแทบจะสิ้นใจ &amp;nbsp;จากนั้น &amp;nbsp;พระเพทราชา &amp;nbsp;ได้ให้คนลงมาเชิญเจ้าฟ้าหญิงอภัยทศ &amp;nbsp;ไปเมืองลพบุรี &amp;nbsp;เจ้าฟ้าอภัยทศ &amp;nbsp;นั้นสำคัญว่าจะได้รับราชสมบัติ &amp;nbsp;ก็มีพระทัยยินดีจึงชวนพระน้องอีกพระองค์หนึ่ง &amp;nbsp;(ไม่ทราบนาม) &amp;nbsp;ไปด้วย &amp;nbsp;พระเพทราชาทรงรับรองเจ้าฟ้าอภัยทศเป็นอย่างดี &amp;nbsp;ต่อมาอีก &amp;nbsp;2 &amp;nbsp;วัน &amp;nbsp;หลวงสรศักดิ์บุตรของพระเพทราชานั้นได้ปลงพระชนม์เจ้าฟ้าอภัยทศกับพระน้องเธอองค์นั้นเสีย &amp;nbsp;โดยประสงค์ที่จะให้พระเพทราชานั้นจะต้องชิงราชสมบัติคราวนี้เสียเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนั้นพระเพทราชานั้น &amp;nbsp;ได้มุ่งที่จะทำการกำจัดพวกฝรั่งเศสที่อยู่ในอาณาจักรสยาม &amp;nbsp;โดยเฉพาะทหารฝรั่งเศสที่ประจำอยู่ป้อมเมืองธนบุรีศรีสมุทร &amp;nbsp;จึงมีเหตุการณ์สู้รบกันขึ้น &amp;nbsp;ต่อมาสมเด็จพระนารายณ์ที่ทรงประชวรอยู่เมืองลพบุรีนั้นสวรรคตลงเมื่อ &amp;nbsp;พ.ศ. 2231 &amp;nbsp;เจ้านายฝ่ายราชวงศ์นั้นได้หมดสิ้นลงแล้ว &amp;nbsp;และเวลานั้นมีเหตุการณ์สู้รบกับทหารฝรั่งเศสอยู่ &amp;nbsp;จึงทำให้ข้าราชการทั้งปวงจำต้องเชิญพระเพทราชาขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์กรุงศรีอยุธยาต่อมา &amp;nbsp;เป็นการเริ่มต้นราชวงศ์บ้านพลูหลวง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4309</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงศรีอยุธยา, คอนสแตนติน  ฟอลคอน, คอนสแตนติน  เยรากี, บุพเพสันนิวาส, สมเด็จพระนารายณ์มหาราช, เจ้าพระยาวิชาเยนทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180305/image_big_5a9cfaed73fc6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
